September 28, 2021
Breaking News

สถานการณ์คลี่คลาย ตร.สหรัฐฯ เผชิญหน้ากลุ่มมือปืน 9 ชั่วโมง จับกุม 11 คน

การเผชิญหน้ากันระหว่างตำรวจรัฐแมสซาชูเซตส์ กับกลุ่มชายติดอาวุธหนักที่ซ่อนตัวในป่า ยุติลงแล้ว หลังจากใช้เวลาเจรจานานหลายชั่วโมง โดยตำรวจจับกุมคนร้ายได้ 11 คน

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เกิดเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐฯ กับกลุ่มชายติดอาวุธเมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 3 ก.ค. 2564 โดยสถานการณ์ยืดเยื้อนานหลายชั่วโมง จนทำให้ทางการต้องสั่งปิดถนนเชื่อมระหว่างรัฐหมายเลข 95 และออกคำสั่งให้ประชาชนหลบอยู่แต่ในบ้าน

อย่างไรก็ตาม พันตำรวจเอก คริสโตเฟอร์ เมสัน จากสำนักงานตำรวจแมสซาชูเซตส์ ออกมายืนยันว่า หลังจากทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันนานเกือบ 9 ชั่วโมง ตำรวจก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ ผ่านการเจรจาและยุทธวิธีทางแทคนิคต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้รถหุ้มเกราะเข้ากดดัน

นายเมสัน ยืนยันด้วยว่า ผู้ก่อเหตุทั้งหมด 11 คน ยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่โดยไม่ก่อเหตุวุ่นวาย ตำรวจยังยึดอาวุธปืนได้จำนวนหนึ่ง แต่นายเมสันไม่ระบุว่า มีจำนวนเท่าใด โดยตอนนี้ อัยการเขต มิดเดิลเซกซ์ กำลังพยายามระบุตัวคนกลุ่มนี้ และคาดว่าพวกเขาจะถูกนำตัวขึ้นศาลในวันอังคาร เพื่อรับการไต่สวนข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อตำรวจเห็นรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่บนไหล่ทางโดยเปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบ และพบกลุ่มคนในชุดทหาร สวมเสื้อกั๊กยุทธวิธี (tactical vest) มีกล้องติดบนตัว ถือปืนไรเฟิลยาว และปืนพก อ้างว่าพวกเขาเดินทางมาจากรัฐ โรด ไอส์แลนด์ เพื่อทำการฝึก

สำนักงานตำรวจเมืองเวคฟีลด์ระบุว่า คนกลุ่มนี้ “อ้างว่ามาจากกลุ่มที่ไม่ยอมรับกฎหมายของเรา” และเมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูใบขับขี่กับเอกสารอนุญาตพกพาอาวุธปืน พวกเขากลับบอกว่าไม่มี หรือไม่ได้นำติดตัวมาด้วย จากนั้น ระหว่างที่ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังเจรจากัน กลุ่มคนปริศนาบางส่วนก็วิ่งหนีเข้าไปในป่าพร้อมกับอาวุธ ส่วนอีก 2 คนที่ยังอยู่ในรถ ถูกจับกุม

จากนั้นในเวลา 05.30 น. ตำรวจรัฐแมสซาชูเซตส์ ทวีตข้อความกว่า คนกลุ่มนี้ยังไม่ยอมทำตามคำสั่งของตำรวจ ที่ขอให้เปิดเผยข้อมูลของตัวเอง และให้วางอาวุธ ขณะที่คนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีข้อเรียกร้องใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเจรจา หลังจากนั้นหลายชั่วโมง เหตุการณ์ก็ยุติลงโดยที่กลุ่มคนติดอาวุธยอมมอบตัว

นายเมสัน กล่าวในภายหลังว่า ผู้นำของคนกลุ่มนี้ต้องการให้คนอื่นๆ รู้ว่า อุดมการณ์ของพวกเขาไม่ใช่การต่อต้านรัฐบาล “ผมจะไม่พูดเรื่องพวกเขาเป็นคนกลุ่มไหน และมีความเชื่ออะไร ผมคิดว่าพวกเขาค่อนข้างมีปากมีเสียงบนสื่อสังคมออนไลน์ว่าพวกเขาเป็นใคร และสนับสนุนสิ่งใด ผมจะไม่เผยแพร่เรื่องนั้น พวกเขานิยามเรื่องนั้นด้วยตัวของพวกเขาเอง”