June 22, 2021
Breaking News

อนามัยโลกย้ำการฉีดวัคซีนต้องเสมอภาค จี้ชาติรวยเลิกตุน

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า “ความไม่เสมอภาค” เรื่องวัคซีน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความพยายามของทุกฝ่าย ในการควบคุมวิกฤติโควิด-19 ขอให้กลุ่มประเทศร่ำรวยบริจาควัคซีน “ส่วนเกิน”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่า นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเปิดการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชเอ ) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า โลก “ยังคงอยู่ในอันตราย” จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกปัจจุบันของโรคโควิด-19 โดยผ่านพ้นมายังไม่ถึงครึ่งปี ทั่วโลกยืนยันผู้ติดเชื้อใหม่รวมกันมากกว่าสถิติสะสมของผู้ป่วยตลอดทั้งปีที่แล้ว
 
ขณะที่สถิติสะสมของผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 บนโลก นับตั้งแต่เข้าสู่ปีนี้ กำลังจะทำลายสถิติสะสมของผู้เสียชีวิตตลอดทั้งปีที่แล้ว ภายในระยะเวลาอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม จากจำนวนวัคซีนที่มีการกระจายบนโลก 75% กระจุกรวมอยู่ในเพียง 10 ประเทศ การที่ประเทศเพียงกลุ่มเดียว “เป็นผู้กุมชะตากรรม” ของประชากรโลกที่เหลือ ซึ่งกำลังต่อสู้กับวิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม
 
แม้ดับเบิลยูเอชโอจัดตั้งโครงการโคแวกซ์ ร่วมกับกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ( ยูนิเซฟ ) และองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน ( กาวี ) สามารถส่งมอบวัคซีนรวม 72 ล้านโด๊ส ไปยัง 125 ประเทศ นับตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่หากคำนวณในภาพรวมปรากฏว่า คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% ของประชากรโลกเท่านั้น
 
ด้วยเหตุนี้ นพ.เทดรอสจึงเรียกร้องอีกครั้ง ให้กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยและ “กักตุน” วัคซีน มอบวัคซีน “ส่วนที่เหลือ” ให้แก่โคแวกซ์ ส่วนบริษัทผลิตวัคซีนขอความร่วมมือส่งมอบสินค้าอย่างน้อยครึ่งหนึ่งตามข้อตกลง ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่ชาวโลก โดยดับเบิลยูเอชโอกำหนดเป้าหมายให้ทุกประเทศฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรของตัวเองอย่างน้อย 10% ภายในเดือน ก.ย.ปีนี้ และเพิ่มเป็น 30% ภายในสิ้นปีเดียวกัน ซึ่งหากต้องการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ชาวโลกต้องรับวัคซีนให้ได้เดือนละ 250 ล้านคน ภายในระยะเวลเพียง 4 เดือนนับจากนี้