October 23, 2021
Breaking News

Star Trek Discovery Ss3 Netflix สู่โลกอนาคตที่ไร้สหพันธ์

Star Trek Discovery Ss3 Netflix สู่โลกอนาคตที่ไร้สหพันธ์ เป็นซีรีส์ล่าสุดของจักรวาล Star Trek ที่เล่าเรื่องราวในช่วงเวลา 10 ปีก่อนหน้าซีรีส์ Star Trek ภาคแรกสุด หรือเรียกง่ายๆว่านี่เป็นเรื่องราวก่อนหน้าการผจญภัยของพวกตัวละครเอกที่แฟนๆ Trekkie ทั่วโลกชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น กัปตันเจมส์ เคิร์ก และ สป็อค รวมถึงสมาชิกของยานเอ็นเตอร์ไพร์ส และรวมถึงก่อนหน้าที่จะมีสงครามและความขัดแย้งกับพวกคลิงออนอีกด้วย

โดยเรื่องราวในซีรีส์ Discovery ทั้งหมดจะเน้นการบอกเล่าเรื่องผ่านทางนางเอกหลักคือ ไมเคิล เบิร์นแนม มนุษย์คนแรกที่ได้เข้าเรียนในสถาบันของชาววัลแคน และเธอยังมีศักดิ์เป็นพี่สาวของสป็อค หนึ่งในตัวเอกของสตาร์เทรคด้วย แต่ทำไมเรื่องราวของตัวเบอร์แนมและยานดิสโคเวอรี่ถึงไม่เคยถูกพูดถึงในภาคหลักนั้น ในซีรีส์ได้มีการอธิบายที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมด แล้วยังช่วยเป็นการเติมเต็มช่องว่างกับรายละเอียดต่างๆให้กับจักรวาล Star Trek ได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง

สำหรับในซีซัน 3 เล่าเรื่องราวต่อจากตอนจบของซีซัน 2 ทันที ที่พวกตัวเอก ไมเคิล เบิร์นแนม และยาน Discovery ได้เดินทางผ่านรูหนอนไปยังโลกอนาคตกว่า 900 ปีข้างหน้า แล้วนำไปสู่การผจญภัยครั้งใหม่ในจักรวาลที่ไม่มีสหพันธ์อีกแล้ว โดยล่าสุดเพิ่งอัพเดทใน Netflix แล้ว 2 ตอน และจะอัพเดทหนึ่งตอนทุกสัปดาห์

ส่วนในซีซันสาม จะเหมือนเป็นการก้าวข้าม Star Trek ทุกภาคเอาไว้เบื้องหลัง เมื่อพวกตัวเอกต้องเดินทางข้ามไปโลกอนาคตกว่า 900 ปีข้างหน้า แล้วพบว่า สหพันธ์ที่พวกเขายึดถือได้ล่มสลายไปแล้ว เหลือเพียงตำนานเก่าๆ และจักรวาลก็อยู่ในสภาพที่ไร้ระเบียบ นั่นทำให้ไมเคิลต้องการฟื้นฟูสหพันธ์กลับคืนมา และต้องตามหาลูกเรือของยานดิสโคเวอรี่ที่พลัดกันระหว่างข้ามกาลเวลาไปด้วย

เนื่องจากเป็นเซตติ้งของโลกอนาคตที่ห่างไกล เทคโนโลยีต่างๆในเรื่องจึงล้ำหน้าไปมาก เกินกว่าขอบเขตของสตาร์เทรคภาคก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์วาร์ปแบบส่วนบุคคล อาวุธและยานแบบล้ำยุค เรียกได้ว่าภาคนี้สามารถประเคนการใช้เทคโนโลยีล้ำยุคเข้ามาได้เต็มที่แบบไม่กั๊ก แถมเรื่องยังเล่นประเด็นของโลกที่ล่มสลายแบบ Apocalypse ได้ด้วย คนชอบแนวผจญภัยในโลกที่ล่มสลายก็จะชอบแน่ๆ

ด้านจุดเด่นมากๆ ของเรื่องนี้ตั้งแต่สองซีซันแรกและยังคงทำได้ดีมากในซีซันสามนี้ แม้เรื่องจะเพิ่งฉายไปเพียงแค่สองตอนแรกก็ตาม นั่นคือ “ฉากแอ็กชั่น” เพราะฉากต่อสู้ในเรื่องถูกออกแบบมาได้จัดเต็ม อลังการ มีสเปเชียลเอฟเฟค CG ทีค่อนข้างเนียน ทั้งฉากยานอวกาศ ฉากสู้รบบนภาคพื้นดิน การระดมยิงปืนแสง การใช้เทคโนโลยีล้ำยุค ไปจนถึงการต่อสู้ประชิดตัวที่รวดเร็ว มีการออกแบบท่าต่อสู้มือเปล่าและอาวุธมาได้ดีและจัดเต็มสุดๆ เสมือนเรากำลังดูภาพยนตร์แอ็กชั่นไซไฟฟอร์มดีสักเรื่อง

อีกทั้งด้วยพื้นเพตัวละครเอกอย่างไมเคิล ก็ถูกปูว่าฝึกฝนวิชามาจากชาววัลแคน ทั้งด้านวิทยาการและการต่อสู้ ดังนั้นเราจึงได้ตัวเอกที่ต่อสู้มือเปล่าเก่งที่สุดในจักรวาล Star Trek ไปโดยปริยาย แถมยังมีตัวละครอย่าง ฟิลิปปา จอร์จู ที่เป็นถึงอดีตจักรพรรดิผู้เก่งกล้าทั้งบุ๋นและบู๊มาร่วมทีมด้วย เรื่องนี้เลยเหมือนเป็นการโชว์ความเจ๋งแบบ Badass ของตัวละครหญิงใ